26. July 2017 · Comments Off on แจกเคล็ดลับเด็ด “ผัดกะเพรา” ยังไงให้อร่อยเด็ด เผ็ดโดนใจ · Categories: สาระน่ารู้, เมนูอาหาร · Tags: ,

 “ผัดกะเพรา”  อาหารบ้านๆ ประจำร้านอาหารตามสั่งทุกร้านก็ว่าได้  แต่แม้จะใช้เครื่องปรุงเหมือนกัน แต่กลับอร่อยไม่เท่ากันซะอย่างนั้น ใครอยากผัดกะเพราเก่งๆ  ต้องรู้เคล็ดลับนะ  มาดูกัน

 

  1. เลือกกะเพราใบเล็ก และมีดอก

จะผัดกะเพราทั้งที เรื่องแรกที่ต้องคำนึงถึงก็คือ ” ใบกะเพรา ” พระเอกของงานค่ะ กูรูเค้าแนะนำมาว่าให้เลือกกะเพราใบเล็ก และมีดอกติดมาด้วย เพราะจะให้กลิ่นที่หอมมมม มากกว่ากะเพราใบใหญ่ๆ ดังนั้น ถ้าไปตลาดเห็นกะเพราใบใหญ่ก็เมินได้เลยค่ะ เพราะต้อง ‘ ใบเล็ก ‘ และ ‘ มีดอก ‘ โอนลี่!

 

  1. ใช้กะเพราแดง

ยังคงอยู่กับท็อปปิกใบกะเพราะกันอยู่ค่ะ เคล็ดลับอีกอย่างนึงก็คือ ต้องใช้ ” กะเพราแดง ” ซึ่งให้กลิ่นที่หอมแรงกว่ากะเพราขาว ฉะนั้น ใช้กะเพราแดงผัดทีก็หอมฟุ้งงง!

 

 

  1. ใช้พริกขี้หนูสวน

แน่นอนว่าผัดกะเพราต้องเน้นเรื่อง ” ความหอม ” เราจะใช้ ” พริกขี้หนูสวน ” เม็ดจิ๋วแต่แจ๋วค่ะ อาจจะใส่พริกขี้หนูสวนลงไปก่อน และตามด้วยพริกขี้หนูแดง ( ที่ใช้ตำส้มตำ ) ก็ได้ นี่ล่ะจะทำให้หอมฉุย ( และทำให้ฉุนด้วย ฮ่าๆๆ )

 

  1. ใช้กระเทียมไทย

ตามมาติดๆ กับอาวุธเพิ่มความหอมให้ผัดกะเพรา นั่นก็คือ ‘กระเทียม’ เราจะใช้ ” กระเทียมไทย ” ที่เม็ดจะค่อนข้างเล็ก ที่แนะนำให้ใช้กระเทียมชนิดนี้เพราะว่าให้กลิ่นฉุนและหอมจัดจ้านกว่ากระเทียมทั่วไป คือ แค่เอาลงคั่วกับพริก กลิ่นก็ฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้านแล้วค่ะคู้นนน!

 

  1. ใช้น้ำปลาคุณภาพดี

อีกหนึ่งอย่างที่วอนขอให้หนุ่มสาวที่อยากผัดกะเพราให้ออกมาอร่อยเด็ดนั้น ต้องใช้ “น้ำปลาคุณภาพดี” เท่านั้นค่ะ! เป็นวัตถุดิบที่ห้ามประหยัดเด็ดขาด เพราะการลงทุนซื้อน้ำปลาคุณภาพเยี่ยม เป็นการการันตีว่าผัดกะเพราของเรารสชาติดี มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว ดังนั้น ขอน้ำปลาแบบเปิดฝามาก็หอมฟุ้งเลยนะ!

 

  1. เจียวพริกกะเทียมก่อนใครเพื่อน

หลายคนทำผิดวิธี โดยใส่ทุกอย่างรวมไปทีเดียว ทั้งพริก กระเทียม และเนื้อสัตว์ เอาใหม่ค่ะ! วันหลังให้ท่องเอาไว้ว่า ” ใส่พริกกะเทียมลงไปเจียวก่อนเสมอ ” คือ ใส่พริกที่โขลกรวมกับกระเทียมแล้วลงไปเจียวให้หอมฉุยก่อน ( ฉุยจนจามก็ขั้นตอนนี้ล่ะ! )

 

  1. ผัดไฟแรงและผัดให้ไว

ผัดไฟแรง ผัดให้ไว ใช้เวลาสั้น! ระหว่างที่ควงตะหลิวผัดกะเพราอยู่นั้น ให้สวมวิญญาณอาแปะผัดผักบุ้งไฟแดง คือ ให้ใช้ไฟสูงๆ ผัดฉึบฉับๆ สุกปุ๊บ ปิดไฟ ยกลงทันที!

 

  1. ใช้น้ำน้อยๆ เข้าไว้

ผัดกะเพราะ ขึ้นชื่อว่า “ผัด” แล้ว ต้องแห้งๆ สิคะถึงจะอร่อย ใช้น้ำน้อยๆ เข้าไว้ หรือถ้าใครชอบแบบมีน้ำราด ก็อนุโลมให้พอมีน้ำขลุกขลิกได้เล็กน้อย ฉะนั้น เวลาเทน้ำอย่าหนักมือนักนะคะ เพราะเดี๋ยวกะเพราของเราจะออกมาฉ่ำน้ำเกินไป จะกลายเป็น ‘ต้มกะเพรา’ เอาค่าา!

 

  1. ยี่หร่ากับกะเพราเพิ่มความจัดจ้าน

ใครที่ชอบความจัดจ้าน หอมเครื่องสมุนไพรแบบถึงพริกถึงขิง ขอแนะนำให้เติมตัวช่วยลงไปด้วย นั่นก็คือ “ใบยี่หร่า” ค่ะ โดยระหว่างที่ใส่ใบกะเพราลงไป ให้โยนไปยี่หร่าตามลงไปด้วย จากนั้นก็ บลู้มมม! รสชาติหอมกระจายยย!!

 

  1. ใส่ใบกะเพราท้ายสุด เนื้อสุกแล้ว โยนกะเพราลงไปเล้ยย!

กะเพราเป็นพระเอกที่ต้องมาปิดท้ายงานเสมอ หลังจากผัดจนเนื้อสัตว์จนสุกและเข้าเนื้อแล้ว ให้ดับไฟทันที และใส่ใบกะเพราลงไปคลุก ฟึ่บฟั่บๆ แปบเดียว แล้วก็ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟค่ะ วิธีนี้จะทำให้ใบกะเพราไม่เหี่ยวเป็นผัดกะเพราหงอยๆ ทำให้ผัดกะเพราของเราดูน่ากินขึ้นค่ะ!

 

โอยย ความรู้สึกเหมือนกลิ่นกะเพราลอยมาตามบรรทัดเลยค่ะ!! ( หิวแล้วสิท่า – -‘ ) ที่นี้เราก็ได้เคล็ดลับความอร่อยของเมนู ” ผัดกะเพรา ” ไปกันแบบเนื้อเน้นๆ กลับบ้านไปจะได้โชว์ฝีมือ สุดยอดผัดกะเพรา ให้สมาชิกในบ้านได้ร้อง โอ้โห กันซะที! ส่วนมันจะเด็ดจะแซบขนาดไหน หลังไมล์มาบอกขุ่นเจ้ด้วยนะค๊าา!!

 

ขอบคุณภาพและสูตรอาหารจาก  sistacafe

26. July 2017 · Comments Off on แจกสูตรห่อหมกปลากราย อร่อยกว่าร้านริมทะเล · Categories: สาระน่ารู้, เมนูอาหาร · Tags: ,

เวลาไปเที่ยวกินข้าวจังหวัดชายทะเล  อาหารจานหนึ่งที่มักจะสั่งขึ้นโต๊ะก็คือ “ห่อหมกปลากราย”  แต่ถ้ากลับมาบ้านแล้วอยากกินล่ะ?  ก็ทำตามสูตรนี้สิ บอกหมดไม่มีกั๊กเลยนะ ลงมือกัน

 

ส่วนผสมห่อหมกปลากราย

1.เนื้อปลากรายขูด 600กรัม

2.พริกแกงเผ็ด 3ชต.

3.กะทิ 2+1/2ถ้วย

4.ไข่เป็ด 3ฟอง

5.น้ำปลา

6.น้ำตาลปึก

7.แป้งข้าวจ้าว 1+1/2ชต.

8.พริกสดหั่นเป็นเส้นเล็ก

9.ใบมะกรูดหั่นฝอย

10.ใบยอ

11.กะหล่ำ

12.ใบโหระพา

13.เกลือป่น

14.ใบตอง

วิธีทำห่อหมกปลากราย

1.เตรียมกระทง เช็ดใบตองให้สะอาด ตัดเป็นวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง5นิ้ว ใช้ 2แผ่นซ้อนกัน แล้วพับเป็นมุม ใช้ไม้กลัดๆไว้ ทำให้ครบ4มุม ก็จะได้กระทง ไว้ใส่ห่อหมก เตรียมไว้ 25ใบ

 

2.นวดเนื้อปลากรายให้เหนียวพักไว้

 

3.นำกะทิ 2ถ้วย พริกแกง ไข่ น้ำปลา น้ำตาล ใส่ลงในชามผสมใบใหญ่ คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี นำเนื้อปลากราย ลงไปคนให้เข้ากัน(คนไปทางเดียวกัน) คนจนส่วนผสมเหนียวข้น พักไว้

 

4.หั่นใบยอ และกะหล่ำปลี เป็นชิ้นเล็ก นำไปนึ่ง 3นาที แล้วใส่รองก้นกระทง 1/3ของกระทง ใส่ใบโหระพาลงไปด้วย

 

5.เตรียมกะทิราดหน้า โดยผสมหัวกะทิ 1/2ถ้วย แป้งข้าวจ้าว เกลือ คนให้เข้ากัน นำขึ้นตั้งไฟคนตลอดเวลลา พอเริ่มข้น ยกลงพักไว้

 

6.นำใบมะกรูดหั่นฝอย ใส่ลงในเนื้อปลากรายที่พักไว้ คนให้เข้ากัน แล้วตักใส่กระทง นำขึ้นนึ่งในน้ำเดือดประมาณ 15นาที แล้วนำกะทิราดด้านบน ใส่พริก และใบมะกรูด นึ่งต่ออีก 5นาที ก็ใช้ได้แล้วคะ

 

ขอบคุณภาพและสูตรอาหารจากคุณ Supaporn Kumnodnae

26. July 2017 · Comments Off on แจกสูตรข้าวเหนียวเนื้อฝอย ทำกินอร่อย ทำขายได้เงินดี · Categories: สาระน่ารู้, เมนูอาหาร · Tags: ,

“ข้าวเหนียวเนื้อฝอย” อาหารเช้าที่อร่อยอยู่ท้อง และขายดีไม่น้อย ใครที่ชอบทาน หากอยากมีรายได้บ้าง ก็ลองมาดูสูตรขายกันบ้างดีกว่า

 

ส่วนผสม

1.เนื้อวัว ใช้ส่วนสะโพก 1 กิโลกรัม (หรือจะใช้เนื้อหมูก็ได้ค่ะ)

*ซื้อเป็นชิ้นใหญ่ ชิ้นละครึ่งกิโล เพราะตอนฉีกเป็นเส้นจะได้เส้นยาว และฉีกเสร็จเร็ว

2.หอมแดงซอย 20 หัว

3.น้ำตาลมะพร้าว 5 ช้อนโต๊ะ (ประมาณ 2 ฝา)

4.น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ

5.ซีอิ้วดำ 2 ช้อนชา

6.ดอกเกลือ 2 ช้อนชา (ถ้าไม่มีใช้เกลือธรรมดา แต่ลดลง )

* ข้อมูล ดอกเกลือ อยู๋ในคอมเม้นท์ที่ 16 ค่ะ

7.เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ

8.พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา

9.น้ำมันมะพร้าว 1/2 ถ้วย

10.ข้าวเหนียวเขี้ยวงูนึ่ง

 

วิธีทำ

1.นำเนื้อมาล้างให้สะอาด นำไปต้มในน้ำเดือด ใส่เกลือลงไป ต้มประมาณ 45 นาที นำขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำ พอเย็นนำมาทุบๆ (เพื่อให้ฉีกง่าย) ฉีกเป็นเส้นเล็ก แล้วนำไปผึ่งลมไว้ประมาณ 1 ชม.

 

2.ตั้งกระทะใส่น้ำมัน เจียวหอมให้เหลืองกรอบ ตักขึ้นพักไว้ในกระชอน

 

3.เทน้ำมันที่เจียวหอมออกครึ่งนึง ใส่น้ำตาล น้ำปลา ซีอิ้วดำ ดอกเกลือ พริกไทย ผัดให้หอมและส่วนผสมเข้ากันดี เติมน้ำลงไปประมาณสองถ้วย ใส่เนื้อที่ฉีกไว้ลงผัด ใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อน ประมาณ 30 นาที พอเนื้อที่ผัดแห้ง ใส่หอมเจียวลงไปครึ่งหนึ่ง (เก็บไว้โรยหน้าครึ่งหนึ่ง) คนให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จ ทานคู่กับข้าวเหนียว อร่อยค่ะ

 

ขอบคุณภาพและสูตรอาหารจากคุณ Supaporn Kumnodnae

26. July 2017 · Comments Off on แจกสูตรผัดสะตอกุ้งสด เผ็ดจัดจ้านรสชาติของภาคใต้ · Categories: สาระน่ารู้, เมนูอาหาร · Tags: ,

วันนี้เรามาทำอาหารภาคใต้กันบ้าง กับสูตร  “ผัดสะตอกุ้งสด” ที่เผ็ดร้อน หอมแรง กรุบกรอบ กินกับข้าวได้เป็นชามเลยค่ะ  ใครติดใจรสชาติสะตอต้องทำกินนะ

 

สิ่งที่ต้องเตรียม

– น้ำพริกแกงที่โขลกเตรียมไว้ 4 ช้อนโต๊ะ

– นำมันพืชสำหรับผัด

– กุ้งสดปอกเปลือกผ่าหลัง 100 กรัม

– หมูสับ 100 กรัม

– น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

– น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

– สะตอ แกะเปลือก 100 กรัม

 

วิธีทำ

ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ ใส่น้ำพริกแกงลงผัดจนหอม ใส่หมูสับ และกุ้งลงผัดจนสุก ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา  ใส่สะตอลงผัดจนสุก ตักใส่จาน พร้อมรับประทาน

 

สิ่งที่ต้องเตรียม (น้ำพริกแกง)

กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ

หอมแดง 2 หัว

กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ

กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ

พริกขี้หนู 10-15 เม็ด

 

วิธีทำ

โขลกกระเทียมกับหอมแดง และกุ้งแห้งจนละเอียด จากนั้นใส่กะปิ และพริกขี้หนูลงโขลกให้เข้ากัน เตรียมไว้

ถึงสะตอจะเหม็นเขียวไปสักนิดแต่ถ้าได้ลองรับประทานผัดสะตอกุ้งสดจานนี้กับข้าวสวยเข้าไปแล้วล่ะก็ คุณจะลืมความเหม็นเขียวคงเหลือไว้แต่ความอร่อยเลยล่ะ

 

ขอบคุณภาพและสูตรอาหารจาก Kapook

 

26. July 2017 · Comments Off on แจกสูตรต้มโคล้งปลาดุกย่าง  ซดโล่งหอมๆ แก้หวัด · Categories: สาระน่ารู้, เมนูอาหาร · Tags: ,

แกงใสๆ แต่รสชาติเผ็ด หอมร้อน เหมาะกับช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงอีกเมนูก็คือต้มโคล้งนั่นเองค่ะ  หอมๆ ร้อน ๆ ซดโล่ง กันหวัดได้ดีนะ มาลงมือทำ “ต้มโคล้งปลาดุกย่าง” ทานในบ้านกันเลย

ส่วนผสมต้มโคล้งปลาดุกย่าง

1.ปลาดุกย่าง

2.หอมแดง

3.ข่า

4.ตะไคร้

5.พริกแห้ง

6.ใบมะกรูด

7.ผักชีใบเลื่อย

8.น้ำปลา

9.น้ำมะขามเปียก

วิธีทำต้มโคล้งปลาดุกย่าง

– หั่นปลาดุกย่างเป็นชิ้นค่อนข้างใหญ่ แยกชิ้นหัวไว้

– คั่วพริก หอมแดง ข่า ตะไคร้ เตรียมไว้

– ตั้งหม้อต้มน้ำ พอเดือด ใส่หอมแดง ข่า ตะไคร้ และหัวปลาลงต้มสักครู่ แล้วใส่ชิ้นปลาดุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก ชิมรสตามชอบ ต้มให้เดือดดี (แต่อย่าต้มนานเพราะปลาจะเละ) หลังจากนั้นใส่พริกคั่ว ใบมะกรูด และผักชีใบเลื่อย พอผักสลด ยกลงจากเตา ตักใส่ถ้วย ทานกับข้าวสวยค่ะ

 

ขอบคุณภาพและสูตรอาหารจากคุณ Supaporn Kumnodnae

26. July 2017 · Comments Off on แจกสูตรแกงคั่วเห็ดเผาะใส่ปลาย่าง ทำเองได้ง่ายๆ หอมอร่อย · Categories: สาระน่ารู้, เมนูอาหาร · Tags: ,

ในฤดูฝนอาหารประจำฤดูที่คนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมักคิดถึงก็คือ เห็ดเผาะค่ะ  เห็นแสนอร่อยนี้ทำได้หลายเมนู ใครไม่เคยทำเอง มาลองทำ “แกงคั่งเห็ดเผาะใส่ปลาย่าง” ทานกัน

ส่วนผสมแกงคั่วเห็ดเผาะใส่ปลาย่าง

1.เห็ดเผาะหนัง (ล้างหลายๆน้ำให้สะอาด)

2.ปลาย่าง ปิ้งไฟอ่อนๆ แล้วแกะเอาแต่เนื้อ

3.พริกแกงคั่ว (ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด หอม กระเทียม พริกแห้ง กะปิ)

4.กะทิ ใช้ทั้งหัวและหาง

5.ใบชะพลู

6.ชะอม

7.น้ำตาลมะพร้าว

8.น้ำปลา

วิธีทำแกงคั่วเห็ดเผาะใส่ปลาย่าง

– โขลกพริกแกง แล้วนำปลาย่างแบ่งใส่ลงโขลกด้วย

– นำพริกแกงผัดกับกะทิให้หอม ค่อยๆเติมหัวกะทิ แล้วคนเรื่อยๆ อย่าให้แตกมัน

– ใส่เห็ดและปลาย่างที่เหลือลงไปผัด เติมหางกะทิ รอให้เดือดดี ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลา ต้มให้เดือดสักพัก ใส่ใบชะพลู และชะอม คนให้เข้ากัน แล้วยกลงจากเตา

 

ขอบคุณภาพและสูตรอาหารจากคุณ Supaporn Kumnodnae

26. July 2017 · Comments Off on แจกสูตรแกงส้มชะอมกุ้ง อาหารในดวงใจของเรา · Categories: สาระน่ารู้, เมนูอาหาร · Tags: ,

“แกงส้มชะอมกุ้ง”  อาหารที่ทานง่ายที่ถูกปากคนแทบทุกวัย แคลอรี่ก็ไม่มากเกินไป ทานเป็นกับข้าวหรือซดโล่งก็พอดี วันนี้ทำทานกันเลยดีกว่า

ส่วนผสมแกงส้มชะอมกุ้ง

1.กุ้งสด(ล้างปอกเปลือก เก็บหัวกุ้งไว้ด้วย)

2.ไข่

3.ชะอม

4.พริกแกงส้ม

5.น้ำปลา

6.น้ำตาลปี๊บ

7.น้ำมะขามเปียก

8.กะปิ

9.น้ำมันรำข้าว

 

วิธีทำแกงส้มชะอมกุ้ง

1.ตีไข่ให้เข้ากัน เด็ดชะอมใส่ลงไปนำไปทอดให้สุก แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ใส่ถ้วยไว้

 

2.ตั้งหม้อต้มน้ำ พอเดือดใส่หัวกุ้งลงไปต้มประมาณ 10-15นาที(เพื่อให้น้ำแกงหอมอร่อย) หลังจากนั้นตักหัวกุ้งออก ใส่พริกแกงส้ม กะปิ น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมะขามเปียก รอให้เดือดดี ใส่กุ้งสดลงไป พอกุ้งสุก(อย่าต้มนาน เนื้อกุ้งจะแข็ง) ตักใส่ถ้วยที่ใส่ชะอมไข่ทอด

 

ขอบคุณภาพและสูตรอาหารจากคุณ Supaporn Kumnodnae

 

26. July 2017 · Comments Off on แจกสูตรแกงมัสมั่นเนื้อ ข้น หอมมัน ทานกับข้าวหรือโรตีก็ลงตัว · Categories: สาระน่ารู้, เมนูอาหาร · Tags: , , ,

แกงแขกอย่างแกงมัสมั่น เข้ามาในเมืองไทยหลายร้อยปีจนพัฒนากลายเป็นอาหารรสชาติไทยแล้วค่ะ แต่จะทานกับข้าวหรือโรตีก็อร่อย  ใครอยากกินก็ลองมาทำกันได้เลย

ส่วนผสมแกงมัสมั่นเนื้อ

1.เนื้อวัว

2.มันฝรั่ง หรือมันเทศ

3.หอมหัวใหญ่

4.ถั่วลิสงคั่ว

5.กะทิ (ใช้ทั้งหัวและหางกะทิ)

6.เกลือ

7.น้ำปลา

8.น้ำตาลมะพร้าว

9.น้ำมะขามเปียก

10.น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันมะพร้าว

11.เครื่องแกงมัสมั่น

– พริกแห้ง (แกะเม็ดออก แช่น้ำให้นุ่ม)

– หอมแดงเผา

– กระเทียมเผา

– ข่า

– ตะไคร้

* เครื่องเทศที่คั่วรวมกัน

– ยี่หร่า

– ลูกผักชี

– พริกไทย

– อบเชย

– ลูกกระวาน (แกะเม็ดข้างในออกมาคั่ว)

– ลูกจันทน์ (แกะเปลือกแข็งด้านนอกออกก่อน)

– ดอกจันทน์

– กานพลู

* เครื่องเทศที่ใส่ลอยในน้ำแกง

– ใบกระวาน

– ลูกกระวาน(ใส่ทั้งลูก)

* มัสมั่นกินได้กับข้าวสวย หรือโรตี (จัดเป็นอาหารคุ้นชิน)

วิธีทำแกงมัสมั่นเนื้อ

1.หั่นเนื้อเป็นก้อนสี่เหลี่ยม นำไปเคี่ยวในหางกะทิ ใส่เกลือเล็กน้อย เคี่ยว นาน 45 นาที

 

2.เตรียมเครื่องแกง

– โขลกพริกแห้งกับเกลือ ให้ละเอียด แล้วใส่ข่า ตะไคร้ ลงไปโขลก ตามด้วย หอม กระเทียม โขลกต่อให้ละเอียด แล้วใส่เครื่องเทศที่คั่วรวมกัน ลงไปโขลกให้เข้ากันดี แล้วนำไปผัดกับน้ำมันให้หอม

 

3.ใส่หัวกะทิ 2 ทัพพีลงไปผัดให้แตกมัน แล้วใส่เครื่องแกงที่เตรียมไว้ลงไปผัดให้หอม ใส่เนื้อที่เคี่ยวไว้ลงไป ใส่กะทิส่วนที่เหลือ ใบกระวานและลูกกระวาน เคี่ยวให้เดือดอีก 30 นาที หลังจากนั้นใส่มัน หอมหัวใหญ่ ถั่วลิสงคั่ว ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล น้ำมะขามเปียก เคี่ยวต่ออีก 30 นาที

แกงมัสมั่นเนื้อ

…ถึงตอนนี้กลิ่นหอมมาก…เริ่มชวนให้อยากกินแล้วค่ะ ตักใส่ถ้วยกินกับข้าวสวย หรือโรตีก็อร่อยค่ะ

 

สำหรับท่านที่ไม่ทานเนื้อวัว ปรับเปลี่ยนเป็นเนื้อไก่ได้เช่นกันครับ  วิธีการปรุงเหมือนกันครับ

ขอบคุณภาพและสูตรอาหารจากคุณ Supaporn Kumnodnae

 

26. July 2017 · Comments Off on แจกสูตรแกงสายบัวปลาทูนึ่ง  ซดโล่งชื่นใจ · Categories: สาระน่ารู้, เมนูอาหาร · Tags: ,

ในช่วงฤดูฝนแบบนี้ ทานของร้อน ๆ กันสักเมนูนะคะ กับสูตร “แกงสายบัวปลาทูนึ่ง”  ซดน้ำโล่งคอสบายจมูก จะเปลี่ยนปลาทูเป็นปลาช่อนก็ได้ตามชอบเลย มาลงมือทำกัน

ส่วนผสมแกงสายบัวใส่ปลาทูนึ่ง

1.สายบัว 1 กำ (ซื้อแบบที่ลอกเปลือกมาแล้วค่ะ)

2.ปลาทูนึ่ง (หรือจะใช้ปลาช่อนก็อร่อย)

3.เครื่องแกง

– พริกแห้งเม็ดเล็ก 6 เม็ด

– หอมแดง 6 หัว

– ตะไคร้ 2 ต้น

4.น้ำปลาร้า

5.น้ำมะขามเปียก

6.ใบแมงลัก

 

วิธีทำแกงสายบัวใส่ปลาทูนึ่ง

– ล้างสายบัว เด็ดเป็นท่อนเล็ก นำไปต้มในน้ำเดือด 3 นาที แล้วเทน้ำทิ้ง พักใส่กระชอนไว้ให้สะเด็ดน้ำ (เพื่อไม่ให้สายบัวดำ)

 

– โขลกเครื่องแกง พอหยาบๆ

 

– ตั้งหม้อต้มน้ำ พอเดือด ใส่พริกแกงลงไป พอมีกลิ่นหอม ใส่สายบัว และปลาทู ปรุงรสด้วย น้ำปลาร้า น้ำมะขามเปียก ต้มให้เดือดสักครู่ ใส่ใบแมงลัก พอผักสลดยกลงจากเตา ตักใส่ถ้วย ทานกับข้าวสวยค่ะ

 

ขอบคุณภาพและสูตรอาหารจากคุณ Supaporn Kumnodnae

 

26. July 2017 · Comments Off on แจกสูตรต้มปลาบึกใบชะมวง  อาหารโบราณทานอร่อย · Categories: สาระน่ารู้, เมนูอาหาร · Tags: ,

วันนี้เอาอาหารสูตรโบราณที่หาได้เฉพาะทางภาคตะวันออกมาฝากกันสักเมนูค่ะ “ต้มปลาบึกใบชะมวง”  สูตรโบราณหาทานยาก และยังหาคนทำได้ยากด้วย  ใครที่เคยติดใจแกงหมูชะมวงมาแล้ว มาลองเปลี่ยนเป็นปลาบ้างค่ะ

 

ส่วนผสมต้มปลาบึกใบส้มโมง (ใบชะมวง)

1.เนื้อปลาบึก 300 กรัม (เลือกส่วนมาทางหาง เนื้อจะไม่มันมากค่ะ)

2.ใบส้มโมง (ใบชะมวง) ใช้ยอดและใบอ่อน 15 ยอด

3.ใบหม่อน 6 ใบ

4.เห็ดฟาง 200 กรัม

5.ข่า 4 แว่น

6.ตะไคร้ 3 ต้น

7.ใบมะกรูด 4 ใบ

8.หอมแดง 8 หัว

9.ผักชีใบเลื่อย

10.ต้นหอม

11.พริกสด 15 เม็ด

12.เกลือ

13.น้ำปลา

14.น้ำมะนาว

15.น้ำส้มสายชู 2-3 ชต.(ใช้ล้างปลาไม่ให้คาว)

 

วิธีทำต้มปลาบึกใบส้มโมง (ใบชะมวง)

– ล้างทำความสะอาดปลาบึก ใช้น้ำส้มสายชูลูบให้ทั่วชิ้นปลา พักไว้ 5 นาที ล้างออกให้สะอาด ตัดเป็นชิ้นเล็กหนาประมาณ 1 ซม. ใส่กระชอนพักไว้

 

– นำใบชะมวงไปนาบในกระทะร้อนๆ ให้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เตรียมไว้ (เพื่อลดความฝาดจากยางในใบชะมวง ทำให้ได้รสเปรี้ยวอร่อยค่ะ)

 

– ตั้งหม้อต้มน้ำ พอน้ำเดือด บุบหอม ตะไคร้ ข่า และใบหม่อน ใส่ลงไป ต้มสักครู่ให้ได้กลิ่นหอมของเครื่องที่ใส่ลงไป หลังจากนั้นใส่เนื้อปลาบึก และเกลือ (ห้ามคนหม้อเพราะจะทำให้คาว) พอปลาเริ่มสุก ใส่เห็ดฟางและใบชะมวง ปรุงรสด้วยน้ำปลา พอเห็ดสุก ใส่พริกสดบุบ ใบมะกรูด ผักชีใบเลื่อย และต้นหอม ต้มต่อพอผักสลด ยกลงจากเตา

 

– เวลาจะทาน บีบน้ำมะนาวครึ่งซีกใส่ก้นถ้วย แล้วตักต้มปลาใส่ลงไป

* น้ำมะนาวใส่เพื่อเพิ่มความหอม ไม่ต้องใส่มาก เพราะใบส้มโมง มีรสเปรี้ยวอยู่แล้วค่ะ

 

 

ขอบคุณภาพและสูตรอาหารจากคุณ Supaporn Kumnodnae