30. May 2017 · Comments Off on แจกสูตรเด็ด ขนมฟักทอง เนื้อเหนียวนุ่ม หอมอร่อยได้ประโยชน์ · Categories: สาระน่ารู้, เมนูอาหาร · Tags: , , ,

แอดมินเอาสูตรการทำขนมไทยมาฝากอีกแล้วค่ะ  สำหรับวันนี้จะมาเสนอ “ขนมฟักทอง” นั่นเอง  สำหรับขนมชนิดนี้ หลาย ๆ คนโตมาก็มีคุณแม่ทำให้ทานเองในบ้านอยู่บ่อย ๆ  แต่บางคนก็ซื้อทานอย่างเดียว  ความจริงขนมฟักทองนี้ทำง่ายมากนะคะ  มาลงมือกันดู ทำอร่อย ๆ เผลอๆ จะมีรายได้เสริมไม่รู้ตัวนะคะเนี่ย

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • ฟักทอง 500 กรัม (ปอกเปลือก และหั่นเป็นชิ้น ๆ)
  • แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
  • แป้งมันสำปะหลัง 1/4 ถ้วย
  • มะพร้าวขูด 50 กรัม
  • น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  • กะทิ 1 ถ้วย
  • ถ้วยตะไลสำหรับนึ่ง

 

วิธีการทำ

  1. นำฟักทองที่ได้เตรียมไว้ ไปนึ่งจนสุกแล้วนำออกมาพักทิ้งไว้จนเย็นสนิท

 

  1. นำแป้งข้าวเจ้าและแป้งมัน ใส่ลงในฟักทองที่นึ่งสุกแล้ว

 

  1. นำมานวดผสมให้เข้ากันดี

 

  1. ทำการใส่มะพร้าวขูด น้ำตาลทราย และเกลือป่นลงไปนวดต่อ

 

  1. จากนั้นค่อยๆ เติมกะทิลงไป แล้วคนผสมจนเข้ากันดีและน้ำตาลทรายละลายจนหมด

 

  1. ทำการตักส่วนผสมใส่ถ้วยตะไลประมาณ 3/4 ของถ้วย

 

  1. จากนั้นนำไปนึ่งที่มีน้ำเดือดประมาณ 15-20 นาทีจนแป้งสุกและใส

 

  1. เมื่อนึ่งเสร็จแล้ว ให้ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น

 

  1. ทำการแคะขนมออกจากถ้วย เป็นอันเสร็จ

 

เคล็ดลับความอร่อยที่อยากจะเปิดเผย หากใครอยากให้ขนมออกมาดูเป็นแบบไทยๆมากขึ้น ให้ใช้วิธีนึ่งด้วย “กรวยใบตอง” ซึ่งมีวิธีการทำดังต่อไปนี้

  1. ก่อนทำการนึ่งให้นำใบตองมาเช็ดให้สะอาด
  2. ทำการเจียนใบตองเป็นวงกลม แล้วม้วนเป็นทรงกรวยเล็กๆ
  3. จากนั้นกลัดด้วยไม้กลัด แล้วตักขนมฟักทองใส่ลงไปประมาณ 3/4 ของกรวย
  4. นำไปเสียบลงในช่องของชุดนึ่ง (แบบช่องเว้นช่อง) แล้วทำการนึ่งจนสุก เป็นอันเสร็จ

 

หลังจากที่ได้อ่านกันแล้ว ก็ได้ทราบถึงสูตรลับขนมฟักทอง เนื้อเหนียวนุ่ม เคี้ยวหนุบหนับ อร่อยจับใจกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว น่ากินมากเลยใช่ไหมละ แถมยังทำไม่ยากอีกด้วย สุดสัปดาห์นี้มาเข้าครัวกันดีกว่า

 

ขอบคุณภาพและสูตรอาหารจาก  khaoza.net

 

30. May 2017 · Comments Off on แจกสูตรอร่อย ไก่นิวออลีน เหมือนไปนั่งกินในร้านเป๊ะ · Categories: สาระน่ารู้, เมนูอาหาร · Tags: , ,

เชื่อได้เลยว่าสำหรับอาหารในร้านตามห้าง อย่าง “ไก่นิวออลีน” ต้องเป็นที่โปรดปรานของคุณ ๆ ที่ชอบอาหารฟาสต์ฟู้ดเป็นแน่   ยิ่งถ้าเป็นเด็กๆ ด้วยแล้ว รสชาติถูกปากจนร้องอยากกินทุกสุดสัปดาห์เลยก็ว่าได้  แต่จะพาไปทานข้างนอกบ่อย ๆ ก็จะไม่แพงเกินเหตุ มาลงมือทำทานเองกันในบ้านดีกว่า  ประหยัดงบ ทานกันได้จุใจทั้งบ้านเลยด้วย  สูตรนี้รสชาติเหมือนตามร้านเป๊ะเลยด้วยนะ มาลงมือกันค่ะ

วิธีทำบัฟฟาโลวิงซ์ในเตาอบ เสริฟได้ 6-8 ชิ้น สิ่งที่คุณต้องเตรียม

ส่วนผสมไก่นิวออรีน

– ปีกไก่ หนักประมาณ 3 ปอนด์

– เนย 6 ช้อนโต๊ะ

– เกลือ 1/2 ถ้วย

– ซอสพริก 1 ช้อนชา

– ครีมบลูชีส สำหรับเสริฟ

อุปกรณ์ทำไก่นิวออรีน

– มีดหรือกรรไกรสำหรับทำครัว

– ถ้วยและช้อนตวง

– ชามผสม

– ถาดรองอบ

– ฟอยล์

 

วิธีทำไก่นิวออรีน

1.ใช้กรรไกรหรือมีดตัดแบ่งไก่ออกเป็น 2 ส่วน เอาปลายปีกทิ้งหรือจะเก็บไว้เป็นสต๊อกก็ได้

 

2.วางปีกไก่ทิ้งไว้บนโต๊ะเพื่อคายความเย็น แล้วเตรียมไปทำน้ำซอส เพราะถ้าปีกไก่ยังเย็นอยู่จะทำให้ส่วนผสมของซอสและเนยที่โดนความเย็นเกิดวุ้น

 

3.ทำซอสด้วยการละลายเนยในกระทะขนาดเล็กใช้ความร้อนต่ำ เมื่อเนยละลายแล้วนำออกจากเตาและใส่ซอสพริกและเกลือลงไป

4.นำปีกไก่ทั้งหมดใส่ลงในชามผสม เทน้ำซอสลงไปในชามครึ่งนึง

 

5.คลุกเคล้าปีกไก่กับส่วนผสมให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้บนโต๊ะ 20 – 30นาที และคุณสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้นานถึง 24 ชั่วโมง โดยใช้น้ำซอสส่วนที่เหลืออยู่ (ถ้าคุณแช่เย็นน้ำซอสจะกลายเป็นวุ้น แต่ก็ไม่เป็นไร)

 

6.เมื่อพร้อมอบให้นำปีกไก่ 6-8 ชิ้น ใส่ไว้ในถาดรองอบที่มีฟอยล์รองอยู่

7.วางปีกไก่ให้มีระยะห่างจากกันเล็กน้อย และนำเข้าอบ

 

8.ย่างประมาณ 10 – 12 นาที จากนั้นพลิกกลับอีกด้าน

9.ย่างต่ออีก 10 – 12 นาที ผิวของปีกจะกรอบเนื้อจะตึงและไม่ติดกระดูก

 

10.เทน้ำซอสที่เหลืออยู่ให้ทั่วปีกไก่

 

11.นำปีกไก่ใส่ลงในจาน เคียงข้างด้วยครีมบลูชีสและต้นคึ่นช่าย พร้อมเสริฟได้ทันที

ขอบคุณสูตรอาหารและภาพประกอบจาก  The Kitchn

 

วันนี้แอดมินเอาสูตรอาหารอร่อยดีต่อสุขภาพมาฝากค่ะ  ใครที่กำลังไดเอ็ตอยู่ ลองทำทานกันดูได้  เบา ๆ แต่อยู่ท้อง ได้ไฟเบอร์เยอะเลยด้วย  สำหรับอาหารในวันนี้ก็คือ “สลัดม้วนซัมเมอร์โรล” นั่นเอง  ทำไม่ยากค่ะ คล่องแล้วจะทำแพ็คกล่องขายหารายได้เสริมไปด้วยก็ยังได้อีกนะคะ มาดูสูตรกันเลย

ทำซัมเมอร์โรลส์ 16 ชิ้น สิ่งที่คุณต้องเตรียม

ส่วนผสมสลัดม้วนซัมเมอร์โรล

สำหรับไส้

น้ำ 1 ลิตร

กุ้งไซส์กลางดิบ 24 ตัว หนักประมาณ 1 ปอนด์ แกะเปลือกและเอาหางออก

น้ำส้มสายชูเวเนก้า 1/2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย  1/2 ช้อนชา

น้ำปลา 1 ช้อนชา

น้ำมะนาว 1/2 ลูก ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ

แตงกวาลูกเล็ก 1 ลูก เอาเมล็ดออก

แครอทไซส์กลาง 1 ลูก หัวไชเท้ากลมแดง 2 ลูก ปอกเปือกและหั่นเป็นเส้นบางๆ ต้นหอมหั่น 1 ต้น

 

ส่วนผสมในการทำโรล

เส้นก๋วยเตี๋ยว 4 ออนซ์ หรือเส้นหมี่ขาว

น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา

แผ่นแป้งห่อ 16 แผ่น ขนาด 8 1/2 นิ้ว

ใบโหระพาสดหรือใบสะระแหน่ 30 ใบ

ผักกาดหอม 8 ใบ

 

อุปกรณ์

มีด

เขียง

จานพาย

ชามผสมขนาดเล็ก

ถ้วยและช้อนตวง

 

วิธีทำสลัดม้วนซัมเมอร์โรล

  1. นำน้ำใส่กระทะใบกลางต้มด้วยความร้อนสูง ใส่กุ้งลงไปในน้ำเดือดประมาณ 1 นาที เอากุ้งออกใส่ลงในอ่างน้ำเย็นปล่อยทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วเทน้ำออก หั่นกุ้งออกครึ่งตัวในแนวขนาน หรือที่เรียกว่า butterflying และพักไว้ จากนั้นเตรียมน้ำอุ่นสำหรับการทำก๋วยเตี๋ยว

 

  1. ใส่น้ำส้มสายชู, น้ำตาล, น้ำปลาและน้ำมะนาวลงในชามใบใหญ่ เพิ่มแตงกวา แครอท หัวไชเท้ากลมแดง และต้นหอมเข้าไปด้วย จากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากัน

 

  1. ถ้าเส้นก๋วยเตี๋ยวยาวมากเกินไปให้ตัด นำน้ำใส่กระทะตั้งเตาเมื่อน้ำร้อนแล้วใส่เส้นก๋วยเตี๋ยวลงไปปล่อยทิ้งไว้จนเส้นนุ่มประมาณ 10 นาที จากนั้นเทน้ำทิ้งเอาเส้นก๋วยเตี๋ยวใส่ชามเติมน้ำมันงาและคลุกเคล้าให้เข้ากัน

 

  1. แช่แผ่นแป้งด้วยน้ำตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องจนเส้นนุ่มประมาณ 30 วินาที หยิบขึ้นมาด้วยความระมัดระวังและวางลงบนพื้นที่สะอาด

 

  1. วางใบสะระแหน่หรือใบโหระพาลงบนแผ่นแป้งด้านซ้าย จากนั้นนำกุ้ง 3-4 ชิ้นวางทับลงไป นำผักกาดหอมห่อส่วนผสมผักประมาณ 1/4 ถ้วยและเส้นก๋วยเตี๋ยวอีก 1-2 ช้อนโต๊ะ วางไว้ด้านขวาของกุ้งเว้นระยะห่างเล็กน้อย

 

  1. พับแผ่นแป้งด้านบนและด้านล่างทับไส้ จากนั้นพับด้านซ้ายที่มีกุ้งม้วนไปทางด้านขวาให้แน่น และเอาด้านที่เป็นตะเข็บปิดวางไปบนถาดรองอบและคลุมด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ ทำซ้ำกับไส้ที่เหลืออยู่และเพิ่มน้ำลงไปในจานตามความจำเป็น

 

  1. หั่นโรลออกครึ่งหนึ่งในแนวทแยงมุม แล้วเสริฟพร้อมซอสถั่วลิสงสำหรับจิ้ม

 

หมายเหตุสูตร

สามารถทำซัมเมอร์โรลไว้ล่วงหน้า 2 ชั่วโมงโดยการนำพลาสติกมาห่อคลุมไว้ในอุณหภูมิห้อง

 

ขอบคุณสูตรอาหารและภาพประกอบจาก  The Kitchn

 

30. May 2017 · Comments Off on แจกสูตรทำพอร์คชอป  นุ่มเนื้อ ฉ่ำหวาน ทำกินเองได้ที่บ้านคุณ · Categories: สาระน่ารู้, เมนูอาหาร · Tags: , , ,

จะทานสเต๊กดี ๆ ทั้งที คุณอาจต้องจองร้านล่วงหน้าเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนๆ  จะทำแบบนั้นไปทำไมในเมื่อคุณก็ทำทานเองที่บ้านง่าย ๆ ไม่ต่างกับที่ร้านเลย  วันนี้แอดมินเอาสูตรดี ๆ ในการทำ “พอร์คชอป” แบบง่าย ๆ ที่คุณทำทานเองได้ด้วยเตาอบในบ้าน  มาดูกันค่ะว่าทำอย่างไรบ้าง

ส่วนผสม

– สำหรับน้ำเกลือ (ตัวเลือกเสริม)

– น้ำเย็นแบ่งออกเป็น 3 ถ้วย

– เกลือ 3 ช้อนโต๊ะหรือ 2 ½ ช้อนโต๊ะ

– เครื่องปรุงเสริม กระเทียมทุบ 2 กลีบ พริกไทยดำ ½ ช้อนชา และใบกระวาน 1 ใบ

 

สำหรับพอร์คชอป 2-4 ที่

– หมูติดกระดูกส่วนบนหนา 3/4 นิ้วถึง 1 นิ้ว หรือหนักประมาณ 1 ปอนด์ในแต่ละชิ้น

– น้ำมันมะกอก

– เกลือ

– พริกไทย

 

อุปกรณ์ทำพอร์คชอป

– จานก้นตื้นสำหรับแช่น้ำเกลือ

– กระทะเหล็กขนาดใหญ่ สแตนเลสสตีล หรือกระทะมีด้ามจับ

– ที่คีบ

 

วิธีทำพอร์คชอป

  1. หากคุณมีเวลาควรแช่หมูในน้ำเกลือ เพื่อเพิ่มรสชาติและทำให้เนื้อหมูฉ่ำขึ้น นำน้ำ 1 ถ้วยไปต้มใส่เกลือและคนให้เกลือละลาย จากนั้นให้เติมน้ำเย็นลงไป 2 ถ้วยเพื่อให้ได้น้ำที่อุณหภูมิห้อง นำหมูวางลงในจานก้นตื้นและเทน้ำเกลือรดลงไปด้านบน ให้ทั่วเนื้อหมู ถ้าไม่อยากเพิ่มน้ำให้ใช้เกลือ 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ถ้วยผสมกันแช่หมู หาที่ปิดจานนำเข้าตู้เย็นแช่เป็นเวลา 30 นาทีหรือนานถึง 4 ชั่วโมง

  1. วอร์มเตาอบด้วยความร้อน 400 ° F นำกระทะวางไว้กลางเตาอบ

 

  1. ในขณะที่เตรียมเตาอบให้ร้อน นำหมูออกมาจากน้ำเกลือ ใช้กระดาษทิชชูซับให้แห้งจากนั้นทาด้วยน้ำมันมะกอกแล้วโรยด้วยเกลือ พริกไทย และควรวางหมูสลับข้างกัน

 

  1. ใส่ถุงมือและนำกระทะออกจากเตาอบอย่างระมัดระวัง จากนั้นให้นำกระทะไปตั้งบนเตาแก๊สและใช้ไฟปานกลาง ควรเปิดพัดลมหรือหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ

 

  1. จี้พอร์คชอปในกระทะร้อน คุณจะได้ยินเสียงดังฉ่าๆ จี้จนกว่าจะมีสีทองอ่อนประมาณ 3 นาที ลดไฟลงได้ถ้ารู้สึกว่าร้อนเกินไป

 

 

  1. ใช้ที่คีบๆ พอร์คชอปพลิกกลับอีกด้านอย่างรวดเร็วและนำกระทะเข้าเตาอบทันที ขั้นตอนนี้อย่าลืมใช้ถุงมือกันความร้อน

 

7.ย่างพอร์คชอปจนสุกด้วยความร้อน 140 ° F ถึง 145 ° F ใช้เครื่องวัดอุณหภูมิวัดตรงส่วนของเนื้อหมู ทันทีที่เครื่องวัดอุณหภูมิอ่านตัวเลข ใช้เวลาอีก 6-10 นาทีในการปรุงขึ้นอยู่กับความหนาของพอร์คชอป ค่อยเช็คดูทุกๆนาทีจนกว่าหมูจะสุกทั่วทั้งหมด

 

  1. นำพอร์คชอปย้ายลงจาน และเทน้ำจากกระทะราดไว้ด้านบน ส่วนที่เหลือให้เก็บไว้ทำซอสหรือน้ำเกรวี่ จากนั้นให้นำฟอยล์มาคลุมปิดไว้หลวมๆอย่างน้อย 5 นาทีก่อนเสิร์ฟ

 

ขอบคุณสูตรอาหารและภาพประกอบจาก  The Kitchn

30. May 2017 · Comments Off on แจกสูตรรวยเร็ว วิธีชงกาแฟ โอเลี้ยงยกล้อ กาแฟโบราณ เข้มข้น สดชื่น · Categories: สาระน่ารู้, เมนูอาหาร · Tags: , , , ,

เชื่อไหมคะคุณผู้อ่าน อาหารที่ขายได้กำไรมากที่สุด กลับเป็นเครื่องดื่มนั่นเองค่ะ เรียกได้ว่ากำไร 2-3 เท่าตัวเลยก็ว่าได้  ใครที่กำลังมองหาไอเดียหารายได้กันอยู่ มาลองขายเครื่องดื่มกันดู วันนี้แอดมินเอาสูตรการชง “กาแฟ โอเลี้ยง ยกล้อ กาแฟโบราณ” มาฝาก แต่ละสูตรเข้มข้น ดื่มสดชื่น ตาสว่าง ลูกค้าผูกขาประจำแน่นอนค่ะ  มาดูสูตรกันเลย

สูตรชงเนสกาแฟร้อน

เนสกาแฟ 2 ช้อนชา

คอฟฟี่เมต 2 ช้อนชา คนให้เข้ากัน

นมข้นหวาน 2 ช้อนชา (อาจจะเพิ่มตามเหมาะสมถ้าชอบหวาน)

เติมน้ำ 2/4 แก้ว

ใส่นมสดไม่ต้องคนเพราะคนทานจะคนเอง

****************************************************

 

สูตรชงเนสกาแฟเย็น

เนสกาแฟ 2 ช้อนชา

คอฟฟี่เมต 2 ช้อนชา

น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

เติมน้ำ 3/4 แก้ว

นมข้นหวาน 2 ช้อนชา

คนให้เข้ากันเทใส่น้ำแข็งโรยนมสด

***************************************************

 

สูตรชงกาแฟโบราณร้อน

เทน้ำกาแฟครึ่งแก้ว

นมข้น 2 ช้อนชา

เทนมสดใส่ลงไป

ไม่ต้องคน เสิร์ฟเลย

 

***************************************************

โอเลี้ยง

ส่วนผสม  (สำหรับ 2-3 เสิร์ฟ)

ผงโอเลี้ยง 5-6 ช้อนโต๊ะ

น้ำ 1 1/2 ถ้วย

น้ำตาลทราย 10 ช้อนโต๊ะ

น้ำแข็ง

 

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำจนเดือด เตรียมไว้
  2. ใส่ผงโอเลี้ยงลงในถุงกาแฟ นำไปวางลงในเหยือกสแตนเลส เทน้ำเดือดลงไป เขย่าถุงเล็กน้อยให้น้ำทั่วถึงกาแฟ พักทิ้งไว้ 7-10 นาที
  3. ใส่น้ำตาลลงในแก้วตามชอบ เทโอเลี้ยงตามลงไปคนผสมให้น้ำตาลทรายละลาย เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็งจนเต็ม พร้อมเสิร์ฟ

***************************************************

 

ยกล้อ

ส่วนผสม (สำหรับ 2-3 เสิร์ฟ)

ผงโอเลี้ยง 5-6 ช้อนโต๊ะ

น้ำ 1 1/2 ถ้วย

น้ำตาลทราย 10 ช้อนโต๊ะ

น้ำแข็ง

นมข้นจืด

 

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำจนเดือด เตรียมไว้
  2. ใส่ผงโอเลี้ยงลงในถุงกาแฟ นำไปวางลงในเหยือกสแตนเลส เทน้ำเดือดลงไป เขย่าถุงเล็กน้อยให้น้ำทั่วถึงกาแฟ พักทิ้งไว้ 7-10 นาที
  3. ใส่น้ำตาลลงในแก้วตามชอบ เทโอเลี้ยงตามลงไปคนผสมให้น้ำตาลทรายละลาย เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็ง ประมาณ 3/4 แก้ว แล้วเทนมข้นจืดลงไปจนเต็มแก้ว พร้อมเสิร์ฟ

***********************************************************

 

กาแฟโบราณเย็น

 

ส่วนผสม (สำหรับ 2-3 เสิร์ฟ)

ผงโอเลี้ยง 5-6 ช้อนโต๊ะ

น้ำ 1 1/2 ถ้วย

น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ

นมข้นหวาน 9 ช้อนโต๊ะ

นมข้นจืด

น้ำแข็ง

 

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำจนเดือด เตรียมไว้
  2. ใส่ผงโอเลี้ยงลงในถุงกาแฟ นำไปวางลงในเหยือกสแตนเลส เทน้ำเดือดลงไป เขย่าถุงเล็กน้อยให้น้ำทั่วถึงกาแฟ พักทิ้งไว้ 7-10 นาที
  3. ใส่น้ำตาลทรายลงในแก้ว ตามด้วยนมข้นหวาน เทโอเลี้ยงใส่ลงไป คนผสมให้เข้ากันจนน้ำตาลทรายละลาย เทใส่ลงในแก้วที่มีน้ำแข็งประมาณ 3/4 แก้ว แล้วเทนมข้นจืดลงไปจนเต็มแก้ว พร้อมเสิร์ฟ

 

**********************************************************

 

ชาร้อนโบราณ

 

เติมผงชาใส่ถุงชง 3 ช้อนโต๊ะ ใส่น้ำร้อน ถ่ายเทไปมา ขั้นตอนเหมือนกาแฟ

-เทน้ำชาครึ่งแก้ว

-นมข้น 2 ช้อนชา

-เทนมสดลงไปนับ1-2-3ไม่ต้องคนเช่นกัน เสิร์ฟเลย

**********************************************************

ชาดำเย็น

 

-เทน้ำชาที่อยู่ในถุงชง 1/2 แก้ว

-ใส่น้ำตาลทราย1 ช้อนครึ่ง ช้อนโต๊ะ แล้วคนให้ละลาย

-ตักน้ำแข็งเต็มแก้ว เทชาที่ชงแล้วใส่แก้วน้ำแข็ง พร้อมเสริฟ

-ถ้าอยากได้ชามะนาวใส่น้ำมะนาวลงไปครึ่งลูก และเติมเกลือลงไปปลายช้อนเล็กน้อยก่อนใส่น้ำแข็ง

**********************************************************

ชาเย็น (ชานม)

 

-เทน้ำชาที่อยู่ในถุงชง เทใส่แก้ว 1/2 แก้ว

-ใส่นมข้น 2 ช้อนชา

-ใส่น้ำตาลทราย 1 ช้อนครึ่ง (ช้อนโต๊ะ) คนให้เข้ากัน

-ตักน้ำแข็งใส่แก้ว เทนมสดโรย เทน้ำชาที่ชงไว้ แล้วตามด้วยนมสด วนรอบปากแก้วอีกครั้ง

*********************************************************

 

สูตรโอวัลติน ร้อน

 

-ตักผงโอวัลติน(สูตร 3)   2ช้อนชา

-เติมน้ำร้อน1/2 แก้วชงให้ละลาย -นมข้นหวาน 2 ช้อนชา

-เหยาะนมสดนับ 1 พร้อมเสิร์ฟเลย

*********************************************************

 

สูตรโอวัลตินเย็น

 

-ตักผงโอวัลติน(สูตร 3) 2ช้อนชา

-น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำร้อน 1/2 แก้ว คนให้ละลาย

-นมข้นหวาน 2 ช้อนชา คนให้ละลาย

-ตักน้ำแข็งใส่แก้วโรยนมสด ตามด้วยน้ำโอวัลตินที่ชงไว้แล้ว ตามด้วยนมสดวนรอบปากแก้ว…พร้อมเสิร์ฟเลย

*********************************************************

 

สูตรน้ำแดงชง

 

-น้ำหวานเฮลบลูบอย์ครึ่งแก้ว

-ใส่น้ำร้อนลงไป 3/4 แก้ว

-ถ้าลูกค้าต้องการหวานๆใส่น้ำตาลทราย 1-2 ช้อนโต๊ะ

-ใส่น้ำแข็ง เสริฟ

*********************************************************

 

สูตรโกโก้ร้อน

 

-ตักผงโกโก้ 1 ช้อนชา

-น้ำตาล 1 ช้อนชา

-ใส่น้ำร้อน1/2 แก้ว คนให้ละลาย

-นมข้นหวาน 1 ช้อนชา

-เหยาะนมสด นับ 1-2-3 เสริฟพร้อมน้ำชาร้อน

 

*********************************************************

 

ขอบคุณภาพและสูตรอาหารจาก คุณวิโรจน์ สระบัว

30. May 2017 · Comments Off on แจกสูตรเด็ด เต้าฮวยนมสด หวานเย็นชื่นใจ ทำง่ายขายดี · Categories: สาระน่ารู้, เมนูอาหาร · Tags: , ,

วันนี้แอดมินเอาสูตรขนมเย็นชื่นใจมาฝากค่ะ ใครวางแผนหารายได้พิเศษจะลองเอาสูตรนี้ไปทำขายก็ไม่ผิดกติกานะคะ  สำหรับของหวานวันนี้ก็คือ “เต้าฮวยนมสด” นั่นเอง  ทำแช่เย็นไว้ทานในบ้านก็อร่อยหวานหอม  หรือจะทำขายก็รับรองลูกค้าเข้าคิวซื้อแน่นอน  มาดูสูตรกันค่ะ

วัตถุดิบในการทำตามสูตรคุณแม่สลิ่มด้านล่างเลยค่ะ

สำหรับตัวเต้าฮวย

น้ำสะอาด 1 ถ้วยตวง

นมสดจืด 1 ถ้วยตวง

นมข้นจืด 1 ถ้วยตวง

นมข้นหวาน 7-8 ช้อนโต๊ะ

ผงวุ้น 1 ช้อนชา

เจลลาตินแผ่นสั้น 1 แผ่น (ขนาด 3.5×5 นิ้ว)

สำหรับน้ำราด

นมสดจืด 1/2 ถ้วยตวง

นมข้นจืด 1/2 ถ้วยตวง

นมข้นหวาน  มากน้อยตามชอบ

สำหรับฟรุตสลัด  เลือกยี่ห้อที่ชื่นชอบ

วันนี้เจ้าของกระทู้ทำ 4 เท่าของสูตรแม่สลิ่ม  เพราะชอบกินทั้งเต้าฮวยฟรุตสลัด และเต้าฮวยนมสด ใส่ผงวุ้น น้ำ นมสดจืด นมสดข้น ใส่หม้อแล้วคนให้เข้ากัน  เพื่อไม่ให้วุ้นละลายไม่นอนก้นหม้อ

 

ส่วนผสมที่เห็นจะเป็น 4 เท่าของสูตรนะค่ะ

 

นำหม้อไปตั้งไฟแรงพอเดือดก็ค่อยลดไฟกลางเคี่ยวต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ผงวุ้นละลาย

ระหว่างนี้ก็นำแผ่นเจลาตินไปแช่น้ำธรรมดา  จะบอกว่าแผ่นเจลาตินหาซื้อยากมากกว่าจะได้มา  แล้วซื้อมาขนาดก็ไม่เท่าพอดีกับขนาดของสูตรแม่สลิ่ม  กลัวจะผิดสูตรต้องเอาไม้บรรทัดมาวัดและตัดให้พอดี แช่น้ำให้พองแล้วปล่อยให้สะเด็ดน้ำแล้วค่อยนำขึ้นมา

นำเจลาตินที่ช้อนขึ้นมาใส่ในหม้อ ใช้ตะกร้อคนให้ละลาย แล้วน้ำไปตั้งไฟอ่อน ๆ

ใส่นมข้นหวานไปอันดับสุดท้าย คนให้เข้ากันยกลงพักไว้

 

เตรียมทำน้ำราดวัตถุดิบก็คล้าย ๆ ของเดิม นมข้นจืดไม่พอ จขกท.เลยใส่นมสดจืดไปแทน

 

เต้าฮวยที่แช่ตู้เย็นไว้เซทตัวแล้ว นิ่มอร่อยกำลังดีเลยค่ะ

หันมาเตรียมฟรุตสลัดค่ะ  ตอนซื้อก็ไม่ได้นึกว่าทำ 4 เท่าของสูตร เลยซื้อมากระป๋องเดียว  ผลไม้น้อยมากเด็ก ๆ บ่นกันอุบเลย

ตักฟรุตสลัดใส่ถ้วยเต้าฮวย ตามประสาคนชอบถ่ายรูป   เต้าฮวยนมสมไม่สวยเลยเพราะฟรุตสลัดน้อย  ก็เลยจัดการตักแบบเต็ม ๆ ไว้ 2  แก้ว  เด็ก ๆ บอกว่าแม่หนูให้แม่น่ะสองแก้วนี้  ฟังแล้วน้ำตาจะไหล  ทีแรกนึกว่าแย่งกันกินสองแก้วนี้ซะอีก

 

กินตอนเช้า สาย บ่าย เย็น ไม่ว่าเวลาไหนก็อร่อยทุกที่ทุกเวลาค่ะ เต้าฮวยนมสด นุ่มๆ หอมนมสด แช่เย็นสักหน่อย บอกได้เลยค่ะ ว่า ฟินสุดๆ อากาศร้อนๆ ช่วงเวลาเครียดๆ แบบนี้ ลองกินเต้าฮวยนมสดเย็นๆสักถ้วยสิคะ รับรองว่า คุณจะอร่อยจนหายร้อนลืมเครียดไปเลยล่ะคะ

 

ขอบคุณภาพและสูตรอาหารจาก คุณคิดถึงคุณยายดอกฝ้าย สมาชิกเวปไซต์พันทิปดอทคอม

30. May 2017 · Comments Off on แจกสูตรไอศกรีมถั่วดำ  กินดับร้อนทำเองในบ้านง่าย ๆ · Categories: สาระน่ารู้, เมนูอาหาร · Tags: , , , ,

แม้จะเป็นฤดูฝนหรือฤดูหนาว อากาศเมืองไทยก็ยังคงร้อนอยู่ดีค่ะ  วันหยุดสุดสัปดาห์ไหนว่างๆ เรามาลงมือทำ “ไอศกรีมถั่วดำ”  ไว้ทานกันเองในครอบครัวดีกว่า  สูตรนี้อร่อยหอมมัน อย่าบอกใครเลย  ทำติดตู้เย็นไว้ลูกๆ ไม่ร้องหาไอติมนอกบ้านแน่ค่ะ

 

  1. แค่เอาถั่วดำต้มกะทิ (วันนี้ซื้อมาจาก ร้านขนมไทย ในซ . ละลายทรัพย์ค่ะ) มาใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้

  1. นำไปแช่ช่องแข็ง นำไปแช่ช่องฟรีซ สัก 2-3 ชั่วโมง

  1. แค่นี้ ก็ได้ ไอศครีมถั่วดำ มาทานดับร้อนแล้วค่ะ

 

ขอบคุณภาพและสูตรอาหารจากคุณ Emm Peraporn

30. May 2017 · Comments Off on แจกสูตรขนมเผือก ขนมโบราณ ทำง่ายอร่อยถูกปากทุกวัย · Categories: สาระน่ารู้, เมนูอาหาร · Tags: , ,

ขนมไทยโบราณนั้น แม้จะมองดูยุ่งยากสำหรับคนสมัยใหม่ แต่ความจริงแล้วขนมหลาย ๆ ชนิดมีพื้นที่ฐานและวัตถุดิบที่คล้ายคลึงกัน ปรับเปลี่ยนวัตถุดิบไปตามฤดูกาลและท้องถิ่นเท่านั้นค่ะ อย่างขนมตระกูลจำพวก ขนมตาล ขนมมัน ขนมเผือก ฯลฯ เหล่านี้มีพื้นฐานที่คล้ายกันมาก ต่างกันที่วัตถุดิบหลักนั่นเอง วันนี้จะมาชวนคุณผู้อ่านทำ “ขนมเผือก” ไว้ทานเองในบ้านค่ะ หรือจะทำขายก็รับรองว่ากำไรแน่นอน มาลองดูสูตรกัน

ส่วนผสมขนมเผือก

1.เผือกนึ่งสุกบดหยาบๆ 2 ถ้วย

2.หัวกะทิ 1 ถ้วย

3.น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย

4.แป้งข้าวจ้าว 1/2 ถ้วย

5.แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ

6.แป้งท้าว 2 ช้อนโต๊ะ

7.มะพร้าวทึนทึกขูดเป็นเส้น 3/4 ถ้วย

8.เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

9.ใบตองสำหรับทำกระทง 25 ใบ หรือ ใส่ถ้วยตะไลก็ได้ค่ะ

วิธีทำขนมเผือก

– ผสมแป้งข้าวจ้าว แป้งมัน แป้งท้าว หัวกะทิ น้ำตาล และเกลือเล็กน้อย คนส่วนผสมให้เข้ากันดี หลังจากนั้นใส่เผือก และมะพร้าว 1/2 ถ้วยลงไป นวดส่วนผสมให้เข้ากัน พักไว้ 20 นาที

 

– นำมะพร้าว 1/4 ถ้วย คลุกเกลือเล็กน้อย (ใช้โรยหน้าขนม)

 

– ตักเผือกที่ผสมไว้ใส่กระทง โรยหน้าด้วยมะพร้าวคลุกเกลือ นำไปนึ่งบนน้ำเดือด 25 นาที หรือจนสุก สังเกตุได้จากแป้งจะมีลักษณะใสขึ้นค่ะ

ขอบคุณภาพและสูตรอาหารจากคุณ Supaporn Kumnodnae

 

17. May 2017 · Comments Off on แจกสูตรเด็ด น้ำจิ้ม MK เหมือนร้านเป๊ะ ทำเองทานจุใจ · Categories: สาระน่ารู้, เมนูอาหาร · Tags: ,

สำหรับคนที่ชอบรสชาติน้ำจิ้มสุกี้แบบร้าน MK แต่ไม่มีเวลาไปทานบ่อย ๆ  อยากทำกินเองที่บ้านบ้าง  มาเลยค่ะ วันนี้แอดมินไปเฟ้นหาสูตรมาจากคุณ Mr Trin สมาชิกเวปไซต์พันทิป  ได้แนะนำสูตรไว้อย่างละเอียดทุกขั้นตอนเลยค่ะ  ทำเก็บไว้ทานเองแบบนี้ประหยัดเงินไปได้เยอะเลยนะคะ มาดูกันเลย

วัตถุดิบที่ใช้ในการทำน้ำจิ้มสุกี้

– กระเทียมดอง

– ผักชีฝรั่ง

– กระเทียม

– ซอสหอยนางรม ซอสพริก ซีอิ้วขาว

– น้ำมันงา น้ำส้มสายชู เต้าหู้ยี้

– ซอสมะเขือเทศ น้ำตาล  พริกแดง

– ผักชี และ งาขาวครับ

 

ขั้นตอนการทำน้ำจิ้มสุกี้

  1. เทซอสพริกทั้งขวดลงในกระทะ หรือหม้อ ตามปริมาณที่ต้องการทำน้ำจิ้ม
  2. เทน้ำส้มสายชูลงไป 3 ทัพพี
  3. เทซอสมะเขือเทศลงไป 1 ทัพพี
  4. ใส่ซีอิ้วขาว 3 ทัพพี
  5. ซอสหอยนางรม 1 ทัพพี
  6. น้ำกระเทียมดอง 2 ทัพพี
  7. น้ำตาลทราย 3 ทัพพี
  8. นำพริกแดง 9 ลูกและกระเทียม 6 กลีบ มาโขลกให้เข้ากันจนแหลกครับ
  9. จากนั้นใส่เต้าหู้ยี้ 4 ชิ้นพร้อมน้ำของมันลงไป ตามภาพครับ
  10. บดขยี้และตำทุกอย่างจนเข้ากัน จากนั้นตักใส่ในกระทะครับ คนให้เข้ากันแล้วตั้งทิ้งไว้
  11. ใช้งาขาวประมาณ 1 กำมือ คั่วด้วยไฟอ่อนๆ จะได้กลิ่นหอม และสีดังภาพ
  12. ซอยผักชีและผักชีฝรั่งเตรียมไว้ ดังภาพ
  13. กลับมาที่ส่วนผสมบนกระทะ ตั้งไฟอ่อนๆ แล้วคนให้ทั่ว
  14. คนไปเรื่อยๆ รอจนกระทั่งเดือดแบบนี้แล้วจึงปิดไฟได้เลยครับ
  15. ใส่งาขาวคั่วที่บดแล้วในครกลงไป บดพอแหลกนะครับไม่ต้องละเอียดมากเพราะเดี๋ยวเรามีตัวช่วยปรุงกลิ่นครับ
  16. ใส่น้ำมันงา 2 ทัพพี ลงไปครับ
  17. เมื่อทุกอย่างอยู่รวมกันแล้วก็ค่อยๆคนนะครับ ไม่ต้องกลัว ทุกอย่างจะเข้ากันเป็นอย่างดีไม่แยกชั้นแน่นอนครับแม้ว่าจะแช่ในตู้เย็นก็ตาม
  18. ใส่ผักชีและผักชีฝรั่งที่ซอยไว้ แล้วคนให้เข้ากัน

เมื่อเสร็จแล้วเราก็จะได้น้ำจิ้มสุกี้สุดอร่อย ที่ทำรับประทานเองได้ที่บ้าน วิธีทำไม่ยากเลยใช่มั้ยครับ เพื่อนๆลองเอาสูตรนี้ไปทำกันดู

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : http://pantip.com/topic/32295229

 

17. May 2017 · Comments Off on แจกสูตร น้ำยำแซ่บสูตรเด็ด อร่อยร้องว้าว · Categories: สาระน่ารู้, เมนูอาหาร · Tags: ,

หัวใจสำคัญของอาหารประเภทยำแซ่บนี่เห็นจะไม่พ้น “น้ำยำ” นั่นเองค่ะ  ใครที่โปรดปรานอาหารจำพวกยำนี้อยู่ แต่ปรุงเองเท่าไรก็ไม่ถูกใจเหมือนร้านทำให้สักที  วันนี้มาลองทำตามสูตรนี้กันดูไหมคะ  ง่าย อร่อยร้องว้าวเลยค่ะ  เอาไปเปิดร้านขายได้เลยด้วย มาลงมือกัน

ส่วนผสม

  • น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำกระเทียมดอง 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 6 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกแดงสับ 2 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผงปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ

 

วิธีทำ

  • นำภาชนะมาตักน้ำเปล่าใส่ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำกระเทียมดอง 1 ช้อนโต๊ะ
  • บีบน้ำมะนาวใส่ 6 ช้อนโต๊ะ
  • กลมกล่อมด้วยน้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • หวานหอมด้วย น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสมะเขือเทศเป็นเคล็ดลับ…น้ำยำเทวดา เพื่อช่วยสร้างสีสรรค์ให้อาหารทุกชนิด สีสด สวย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผงปรุงรส…จะใส่หรือไม่ใส่..ก็ได้ เพราะไม่เน้น
  • ใส่กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
  • ตามด้วยพริกสับ 2 ช้อนโต๊ะ ถ้า 3 ช้อนโต๊ะใช้ช้อนคนให้ส่วนผสมเข้ากัน
  • เปิดไฟใช้ความร้อนปานกลาง เคี่ยวส่วนผสม พอน้ำยำเดือดจับเวลา 2 นาที
  • ต้องหมั่นคนอยู่ตลอดเวลา กลัวเดือดฟู …ล้นภาชนะ
  • ปิดไฟใช้ได้แล้ว ” น้ำยำ เทวดา สารพัดนึก “
  • รอให้เย็นสักพัก เทใส่ขวด..นำเข้าตู้เย็นเก็บไว้ใช้..

 

เคล็ดลับปรุงน้ำยำ

  • ควรใช้มะนาวแท้ ที่สำคัญที่สุด ขอให้เป็นมะนาวแท้ๆ เป็นลูกๆนะคะ ส่วนตัวเราว่า อร่อยมากกว่า มะนาวเทียม น้ำส้มสายชู
  • เวลาทำน้ำยำ ขอแนะนำให้ใช้น้ำเชื่อมแทนน้ำตาลทราย เพราะเวลาผสมแล้วจะเข้ากันได้ดีกับน้ำปลาและมะนาว ไม่ต้องเสียเวลารอให้น้ำตาลละลายด้วย
  • น้ำเชื่อมที่ใช้ไม่ต้องเคี่ยวให้เหนียวหนึบ เพียงแต่ให้ข้นหน่อย ใช้แทนผงชูรสไปด้วยในตัวสำหรับคนที่ติดผงชูรส
  • วิธีก็คือใส่น้ำปลากับมะนาวให้เท่าๆกันก่อน จะเป็นเท่าไหร่ก็แล้วแต่ว่าปริมาณอาหารที่จะยำมากน้อยแค่ไหน เมื่อได้ปริมาณแล้วให้ใส่น้ำมะนาวเพิ่มลงไปอีกประมาณ 1-2 หน่วยของอุปกรณ์ที่ใช้ตัก
  • ปรกติถ้ายำกินที่บ้านจานเดียว ก็ใส่น้ำปลา 3 ช้อน น้ำมะนาว 5 ช้อนค่ะ ส่วนน้ำเชื่อมจะใส่มากหรือน้อยก็ต้องชิมเอาค่ะ เพราะขึ้นอยู่กับความหวานที่แต่ละคนใช้
  • ข้อสำคัญอุปกรณ์ที่ใช้ตักน้ำปลาและน้ำมะนาวต้องเป็นอันเดียวกันนะคะ
  • จะได้ตักได้เท่าๆกัน ในการทำครั้งแรกคงต้องลองตวงแล้วชิม จนกว่าจะได้รสชาติของตัวเอง จากนั้นจำไว้ให้ขึ้นใจเลยค่ะ
  • แต่ถ้าไปทำกินที่อื่นก็ใช้หลักการนี้แหละค่ะ ขั้นแรกต้องเท่ากันก่อน จากนั้นเติมส่วนที่ต้องการให้มีรสนำลงไปเพิ่ม

 

โดย: แม่เจเจ www.pantown.com

ขอบคุณข้อมูลสูตรน้ำยำ จากเว็บรวมกระทู้ โดย คุณ Three days before Valentine’s